Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
สมาคม
  LIN (SURNAME)
   China's Lin Clan Network
   Chaoshan Lin
   สมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทย
  ชุมชนชาวฮากกา
หนังสือพิมพ์
  China Daily
  China News
  People's Daily Online
  Xinhua
  China Youth Daily
  Bangkokpost
  มติชน
  ข่าวสด
  ไทยรัฐ
  เดลินิวส์
  ผู้จัดการ
  คมชัดลึก
  กรุงเทพธุรกิจ
  บ้านเมือง
  แนวหน้า
  ไทยโพสต์
  โพสต์ทูเดย์
  สยามรัฐ
  บางกอกทูเดย์
  โลกวันนี้
  เส้นทางเศรษฐกิจ
  มติชนสุดสัปดาห์
มุมนักเสี่ยงโชค
  ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
  ตรวจสลากย้อนหลัง
  ผลสลากออมสิน
  ธกส.ออมทรัพย์ทวีสิน
แลกเปลี่ยนเงินตราและหุ้น
  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  ธนาคารไทยพาณิชย์
  ธนาคารกรุงเทพ
  ตลาดหลักทรัพย์ - หุ้น
  ตลาดหุ้น
เว็บเครือข่าย
  สมบูรณ์อินโฟ
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

พระเจ้าหวงตี้ 黄帝

 

 

        พระเจ้าหวงตี้หรือสมเด็จพระจักรพรรดิเหลือง (黄帝- Huang Di - Yellow Emperor ) ทรงมีพระชนมายุอยู่ระหว่างก่อน พ.ศ. ๒๑๕๔ ถึงก่อน พ.ศ. ๒๐๕๔ รวมพระชนมายุ ๑๐๐ ปี บางตำนานว่า ๑๑๘ ปี ชาวจีนนับถือว่าพระองค์ทรงเป็นบรรพบุรุษของพวกเขานอกจากพระเจ้าเอียนตี้ และถือว่าพวกเขาเป็นลูกหลานของพระเจ้าหวงตี้ นอกจากนี้ยังถือว่าพระองค์ทรงเป็นผู้เริ่มต้นแห่งอารยธรรมของชาวจีน ที่ได้มีพัฒนาการตลอดมากว่าสี่พันหรือห้าพันปีมาแล้ว

 

 

         พระเจ้าหวงตี้เดิมเป็นสามัญชนคนใน เผ่าเซี่ย ( Xia ) ซึ่งแปลว่ามหาอารยประเทศ ชนเผ่านี้แต่เดิมอาศัยอยู่ทางภาคตะวันตกของจีนปัจจุบัน ต่อมาได้อพยพลงมาทางทิศใต้ตอนกลางและตั้งมั่นอยู่ ณ ที่นั้นคือที่ราบภาคกลางของจีน บริเวณลุ่มแม่น้ำหวงเหอ

 

 

        ก่อนที่จะได้รับการเลือกให้เป็นหัวหน้าชนเผ่า พระองค์ทรงเป็นสามัญชนดังกล่าวแล้ว พระบิดาคือ เส้าเตียน ( อิวหิว ) พระมารดาคือ พระนางจูป่าว (เจียวซื่อ) แซ่เดิมของพระองค์คือ แซ่ซุน ( กงซุน ) ท่านเส้าเตียน เป็นบุตรของหลานตี่ลี่ ท่านตี่ลี่เป็นเชื้อพระวงศ์พระเจ้าเสินหนงซื่อ หรือเอียนตี้ ก่อนที่จะถือกำเนิดนั้น พระนางจูป่าวได้ไปเที่ยวแถบภูเขาซื้อเอีย นางเห็นสายรุ้งเข้าพันดาวจระเข้ หลังจากนั้นนางตั้งครรภ์ คลอดบุตรชายที่เนินเขาตำบลโซยซุย จึงให้ชื่อบุตรชายว่า โชยซุย ช่วงที่โชยซุยยังอยู่ในวัยเยาว์ ได้ฉายแววเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดเป็นเด็กอัจฉริยะ เมื่อเติบโตเป็นหนุ่มได้ศึกษาหาความรู้ทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นจนแตกฉาน และเข้ารับราชการกับพระเจ้าซุ่ยเหยินซื่อ นอกจากนี้พระนามของพระองค์มาจากแหล่งที่ทรงพำนักคือ พระองค์ทรงเจริญวัยที่บริเวณแม่น้ำจี ต่อมาจึงทรงเปลี่ยนเป็นแซ่จี ( Ji ) และด้วยเหตุที่พระองค์ทรงอาศัยอยู่ในชุมชนเซวียนเอวียน ( Xuan Yuan ) คนจึงเรียกขานพระองค์ว่า เซวียนเอวียน ( ปัจจุบันคือเมืองซินเจิ้ง มณฑลเหอหนาน ) เซวียนเอวียนถือกำเนิดมาตอนที่ชนเผ่าต่างๆกำลังแย่งกันเป็นใหญ่ ซึ่งแต่ละชนเผ่าจะมีภาษาและประเพณีเป็นของตนเอง

 

 

   สิ่งที่เป็นคุณูปการที่พระองค์ทรงทำไว้ให้ชาวจีนเป็นอเนกอนันต์หลายประการ ซึ่งผลงานหรือราชกิจเหล่านั้นบางส่วนพระองค์มิได้ทรงทำเองก็ตาม แต่ก็ได้บันทึกนามของผู้ที่กระทำไว้ด้วย ผลงานในสมัยของพระองค์สรุปได้ดังนี้

 

 

*โปรดฯให้ปรับปรุงกองทัพให้มีแสนยานุภาพด้วยการสอนตำราพิชัยสงคราม ตามแบบแผนที่ได้สร้างรูปแบบไว้ ซึ่งมีหัวหน้าชื่อ เฝิงหวง ( เปิงโหวหยัน )

 

 

*โปรดฯให้ขุนนางชื่อ หลิงหลุน ประดิษฐ์ขลุ่ยด้วยไม้ไผ่จากหุบเขาเซยกู๋ แล้วพัฒนาเป็นตัวโน้ต ๕ ตัว และมีระดับเสียง ๑๒ ระดับเหมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

 

 

*โปรดฯให้ หลี่โซว คิดค้นตัวเลขเพื่อใช้นับจำนวน

 

 

*โปรดฯให้สร้างระบบวัดความยาว มวล และน้ำหนัก

 

 

*โปรดฯให้ จางเจย ประดิษฐ์คิดค้นพัฒนาตัวอักษร โดยใช้วิธีการหกแบบ เพื่อสร้างตัวอักษรภาษาจีน

 

 

*โปรดฯให้หลอมทองเหลืองจากภูเขาโซว เป็นเงินตราเพื่อใช้แลกเปลี่ยนในการซื้อขาย

 

 

*โปรดฯให้สร้างและพัฒนาเรือและสร้างเกวียนด้วย

 

 

*โปรดฯให้นำดินเหนียวมาพัฒนาเป็นรูปอิฐเพื่อก่อสร้างบ้านเรือน

 

 

*โปรดให้ฯ ต้าหนา ประดิษฐ์คิดค้นระบบการนับเวลาที่เรียกว่า เจี่ยซื่อ จนเป็นปฏิทินจันทรคติที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยศึกษาจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และกำหนด วัน แบ่งย่อยเป็นชั่วโมงยามด้วย

 

 

*โปรดฯให้ยกเอาทองคำมีค่าเป็นอันดับหนึ่ง เงินเป็นอันดับสอง ส่วนทองแดง ทองเหลือง ตะกั่ว สังกะสี และดีบุก เป็นลำดับสุดท้าย ให้ราษฎรทำเป็นภาชนะใช้สอย ด้วยการให้ราษฎรไปขุดโลหะเหล่านั้นมาหลอมทำเป็นเครื่องใช้สอยสำหรับแผ่นดิน

 

 

*โปรดฯให้วิเคราะห์พืชเพื่อใช้เป็นยาสมุนไพรที่มีมาแต่สมัยพระเจ้าเอียนตี้ ซึ่งตำราการแพทย์นี้เรียกว่า หวงตี้เน่ยจิง มาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยมีชื่อ หวงตี้ ฉีเป๋อ และ หลุยกง เป็นผู้ค้นคว้ารวบรวมขึ้น นอกจากนี้ยังได้ศึกษาวิธีการตรวจโรคด้วยการ  "แมะ"  คือการจับชีพจรที่ข้อมือเพื่อวินิจฉัยโรคอีกด้วย

 

 

*โปรดฯให้ขุนนางผูกดวงดูโชคเคราะห์ เพื่อทำนายว่า ข้าวปลาอาหารบริบูรณ์ ปีใดดีไม่ดี แล้วรวบรวมเป็นปฏิทินโหราศาสตร์ที่เรียกว่า อี้จิง

 

 

*โปรดฯให้หล่อระฆังขนาดใหญ่ ๑๒ ระฆัง และให้มีเสียงแตกต่างกัน

 

 

*โปรดฯให้สร้างเข็มทิศ

 

 

*โปรดฯให้ค้นคิดเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ เช่น ทำตะเกียบจากไม้ไผ่

 

 

*โปรดฯให้ปลูกต้นชา เพื่อปรุงน้ำชาที่พระองค์ทรงค้นพบโดยบังเอิญ และโปรดฯเสวยน้ำชาที่ทรงค้นพบ วิธีการชงน้ำชาด้วยการใส่น้ำร้อน

 

 

*โปรดฯให้กำหนดการแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น บ้าน หมู่บ้าน ตำบล และเรียกชื่อบ้าน หมู่บ้านและตำบล ในแต่ละแห่งจนถึงเมืองใหญ่เรียกว่า โจว

 

 

*โปรดฯให้ราษฎรทำนาและปลูกผักผลไม้ให้มากขึ้น

 

 

*โปรดฯให้พระนางเหลยจู่ฮองเฮามเหสี ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สำหรับทอผ้าแพรซึ่งคุณภาพดีกว่าผ้าป่านและปอที่นุ่งห่มกันมาก่อน โดยย้อมเป็นสีต่างๆ พระนางทรงย้อมเป็นสีเหลืองทรงตัดเป็นฉลองพระองค์มาถวาย พระเจ้าหวงตี้ทรงโปรดฯมาก ต่อมาสีเหลืองเป็นสีสัญลักษณ์ของฮ่องเต้

 

 

*โปรดฯให้เอาทองแดงจากภูเขาซื่อซานมาหล่อเป็นกระถางธูปขนาดใหญ่ลักษณะเป็นสามขา เพื่อใช้ประกอบพิธีบวงสรวงบรรพบุรุษ

 

 

*โปรดฯให้แยกหัวเมืองใหญ่ออกเป็น ๘ หัวเมืองตามทิศทั้งแปด แล้วโปรดฯให้ขุนนางผู้ใหญ่ไปครองเมืองเหล่านั้น

 

 

*ทรงสร้างพระราชวังด้วยพระองค์เอง พระองค์จึงทรงได้รับพระฉายาว่าเป็น ** พระบิดาแห่งสถาปัตยกรรม **

 

 

*โปรดฯให้ประดิษฐ์คันศรและลูกธนูเพื่อเป็นอาวุธ ซึ่งค้นพบโดยบังเอิญจากโอรสของพระองค์ คือ องค์ชายฮุ่ย