Bookmark and Share Add to Favorites  
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา
สมาคม
  LIN (SURNAME)
   China's Lin Clan Network
   Chaoshan Lin
   สมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทย
  ชุมชนชาวฮากกา
หนังสือพิมพ์
  China Daily
  China News
  People's Daily Online
  Xinhua
  China Youth Daily
  Bangkokpost
  มติชน
  ข่าวสด
  ไทยรัฐ
  เดลินิวส์
  ผู้จัดการ
  คมชัดลึก
  กรุงเทพธุรกิจ
  บ้านเมือง
  แนวหน้า
  ไทยโพสต์
  โพสต์ทูเดย์
  สยามรัฐ
  บางกอกทูเดย์
  โลกวันนี้
  เส้นทางเศรษฐกิจ
  มติชนสุดสัปดาห์
มุมนักเสี่ยงโชค
  ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
  ตรวจสลากย้อนหลัง
  ผลสลากออมสิน
  ธกส.ออมทรัพย์ทวีสิน
แลกเปลี่ยนเงินตราและหุ้น
  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  ธนาคารไทยพาณิชย์
  ธนาคารกรุงเทพ
  ตลาดหลักทรัพย์ - หุ้น
  ตลาดหุ้น
เว็บเครือข่าย
  สมบูรณ์อินโฟ
  ภูเก็ตสารสนเทศ
  สมบูรณ์แก่นโน้ต

การทำบุญวันสารทจีนของคนภูเก็ต

        ประเพณีของคนภูเก็ตเชื้อสายจีนในรอบปีที่สำคัญ  และกระทำกันเช่นเดียวกับคนจีน และคนเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดต่างๆของไทยและต่างประเทศทั่วโลก  ประเพณีหลักๆที่สำคัญ เช่น  วันตรุษจีน ส่วนใหญ่จะอยู่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เรียกว่า ชิดโง้ยโฉ่ยอิด  แล้วถึงวันเช็งเหม็งในช่วงวันที่ ๕ เดือนเมษายน  หลังจากนั้นเป็นวันสารทจีนในเดือน ๗ วันที่ ๑๕ ค่ำตามจันทรคติจีน และวันถือศีลกินผักในเดือนเก้าวันหนึ่งค่ำถึงเก้าค่ำตามจันทรคติจีน

 

วันสารทจีน

 

๑.  ความเป็นมา

 

         ชาวจีนตั้งแต่สมัยโบราณเชื่อกันว่า เดือน ๗ ตามจันทรคติจีน  ตั้งแต่วันที่ ๑ ค่ำ จนถึงวันที่ ๓๐ ค่ำตลอดเดือน  เป็นเดือนที่ประตูนรกเปิดให้จิตวิญญาณภูตผีปีศาจทั้งหลายได้ออกมาเยี่ยมญาติ และกินเครื่องเซ่นไหว้ตามบ้านญาติหรือลูกหลาน  หรือตามศาลเจ้า วัดจีน ตามหมู่บ้านต่างๆ  เพื่อให้พวกผีเหล่านั้นได้กินกันทั่วถึง  จึงได้มีกำหนดวันที่จะทำอาหารคาวหวานให้แต่ละครอบครัวไปดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ ค่ำ ถึงวันที่ ๓๐ ค่ำตลอดทั้งเดือน ๗  ดังนั้นทุกบ้านจึงต้องรับผิดชอบทำเครื่องเซ่นไหว้และไหว้เพียงหนึ่งวันในเดือน ๗   ต่อมาต่างเห็นกันว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก ที่จะต้องแจกแจงให้แต่ละบ้านรับผิดชอบและจะต้องไหว้ตลอดเดือน  จึงได้กำหนดใหม่  ให้ไหว้ในวันเดียวพร้อมกัน  คือ เดือน ๗วันที่ ๑๕ ค่ำ หรือเรียกว่า   ชิดโง้ยปั่ว   เป็นพิธีการมาจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งต่างก็เรียกขานกันว่า  ตั่งเจะ  หรือ  ต่งโจ่ย

 

           ตามลัทธิเต๋าถือเอาเดือน ๗ วันที่ ๑๕ ค่ำ  เป็นวันที่เทพเจ้า  ไท่เสียงเล่าจุน  กับ เทพเจ้า  ง่วนสีเทียนจุน  ได้เสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่ออำนวยพรให้แก่เหล่ามนุษย์ทั้งหลาย  นอกจากนี้ในวันดังกล่าว ตี่กั๋ว  ได้เสด็จลงมาจากสวรรค์เช่นเดียวกัน  เพื่อตรวจสอบความดีความชั่วที่มนุษย์แต่ละคนได้กระทำในหนึ่งรอบปี  โดยสอบถามจาก   เทพเจ้าธรณี   ข้างนักพรตเต้าหยินลัทธิเต๋าต่างประกอบพิธีเชิญพวกผีไม่มีญาติทั้งหลายที่อดอยาก  ให้มารับเครื่องเซ่นไหว้สุราอาหารคาวหวาน ให้กินให้อิ่มจงทุกตน  เรียกว่า  พิธีสารทตงง้วน

 

          ส่วนทางด้านพุทธศาสนาฝ่ายมหายานของจีน  เชื่อกันว่า  เทพเจ้าไท่เสียงเล่าจุน  หรือ  เหล่าโจ้วกง  และท่านปรมาจารย์  ง่วนสีเทียนจุน  ได้เสด็จลงมาเป็นองค์ประธานในพิธี  และอำนวยพรให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย  เป็นพิธีสารทที่เรียกว่า  ตงหงวนโจ่ย  หรือ พิธีเทกระจาด  โดยนำอาหารคาวหวานและอาหารแห้งจำนวนมากมาถวายพระรัตนตรัย  นอกจากนี้ยังมีของหอมนานาชนิด  ผลไม้หลากรส  เพื่อถวายแด่ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับเจ็ดชั่วคน  เป็นการตอบแทนพระคุณบรรพบุรุษและบิดามารดาที่ได้เลี้ยงมา  เป็นบุญกุศลที่มีอานิสงค์เป็นร้อยเท่าพันทวีทีเดียว  ประเพณีเทกระจาดได้ปฏิบัติกันมาตั้งแต่รัชสมัยราชวงศ์เหนือ – ใต้ ระหว่าง พ.ศ.  ๙๒๙ – ๑๑๓๒

 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

        ส่วนนรก  หรือ เฝิงตู้  ที่ชาวจีนเชื่อกันนั้น  แตกต่างกันไป  บ้างก็ว่านรกมี ๓- ๔ขุม  บ้างว่า นรกมี ๑๐  ขุม  บ้างก็ว่ามี ๑๘ ขุม  สำหรับพิพากษาผู้กระทำผิด  นรกตามความเชื่อของชาวจีนมิได้อยู่ใต้ดิน  แต่อยู่ที่ภูเขา  โดยมีเทพเจ้าชื่อ  ไท่อี้จิ่วคู่เทียนจุน  หยันลั่วอ๋อง   หรือ โกวเสี่ยเอี๋ย  หรือ  ตัวซิเหย่   หรือ พ้อต่อกง เป็น  พญายมราช   หรือ เจ้านรก  เมื่อมนุษย์ตายไป  จะมีการนำเอาจิตวิญญาณไปกักขังไว้ที่เขาวงกต  หรือ ปราสาทนรก  เพื่อพิพากษาความผิดและรับโทษเบาหนักตามกรรมที่ได้เคยกระทำไว้ที่โลกมนุษย์ตอนที่เป็นคน  เฝิงตู้หรือนรก  มิใช่เป็นเพียงสถานที่ทรมานพวกผีเท่านั้น  แต่ยังเป็นสถานที่ที่จะต้องให้พวกจิตวิญญาณที่ได้ชดใช้กรรมของตนหมดแล้วหนึ่งชาติให้ไปเกิดใหม่   ผู้ทำหน้าที่นี้คือเทพธิดาชื่อ  เหมิงโป๋  ทรงเป็นผู้ที่กำกับดูแลจิตวิญญาณที่จะไปเกิดใหม่  โดยให้ดึ่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำให้จิตวิญญาณแต่ละดวงลืมอดีตของตนจนหมดสิ้น  แล้วจึงส่งให้ไปเกิดใหม่  และจากตำนานห้องสิน เกียงจูแหย หรือ เจียงไท่กง  ได้ให้นางอุนเซียว นางเกงเซียว และนางเพกเซียว สามคนได้บำเพ็ญเพียรมาช้านานแต่มาเข้ากับฝ่ายผิด  จึงให้ไปเป็นเทพเจ้าผู้คอบสูบเอาความทรงจำของคนที่จะไปเกิด ให้ลืมอดีตเสียให้สิ้น  โดยให้ดำรงตำแหน่ง          ฮุนเซียวเนียเนี่ย

เกงเซียวเนียเนี่ยและ เพกเซียวเนียเนี่ย

       ที่จังหวัดภูเก็ตมีการจัดงาน  พ้อต่อ  คือ งานวันสารทจีน นั่นเอง  แต่เป็นการไหว้ผีไม่มีญาติตามศาลเจ้าและสถานที่ต่างๆที่กำหนดกันขึ้น  เรียกว่า พิธีป่ายปั๋ว  การจัดพิธีไหว้ตามสถานที่ดังกล่าวเพื่อไม่ให้ตรงกัน  จึงกำหนดวันให้แต่ละแห่งจัดการ  ในเดือน ๗ วันที่ ๑ ค่ำถึงวันที่ ๓๐ ค่ำ   เช่น

 

เริ่มจากศาลเจ้าต่องหย่องสู ----->   ศาลเจ้าชิดแชเหนียว ------->   ศาลเจ้าฮกหงวนกัง --------  >ศาลเจ้าแซ่อ๋อง --------- >   บริเวณตลาดสดถนนระนอง   ----------->     ศาลเจ้าพ้อต่อกง  ------->โรงเรียนเก่าภูเก็ตไทยหัวถนนกระบี่ -------->   บริเวณถนนตะกั่วป่า   เฉพาะที่ศาลเจ้าพ้อต่อกงบางเหนียว  จะมีผู้นำขนมหวานรูปเต่าตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ไปถวายองค์พ้อต่อกง  ผู้นำไปไหว้อาจจะเอากลับหรือไม่ก็ได้  ส่วนคนอื่นอาจจะขอเต่าจากองค์พ้อต่อกงไปรับประทานเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว    ด้วยการเสี่ยงทาย  เพื่อปีหน้าจะได้นำกลับมาถวายชดใช้ให้ตัวใหญ่กว่าก็ได้

 

๒.  เทพเจ้าและบรรพบุรุษที่จะต้องเซ่นไหว้

    

       สถานที่ที่เจ้าของบ้านจะต้องเซ่นไหว้  มีดังนี้

        ๒.๑  ทีกง   จะมีป้ายและที่ปักธูปเทียนตั้งอยู่ทางซ้ายมือของหน้าบ้าน 

       ๒.๒  เทพประจำบ้าน  ส่วนใหญ่จะอยู่ตรงห้องโถงแรกของตัวบ้าน  จะมีฉากหรือผนังกั้น เทพประจำบ้านจะเป็นองค์ใดนั้นแล้วแต่เจ้าของบ้านที่ได้ตั้งเคารพต่อเนื่องกันมาแต่บรรพบุรุษ  เช่น  ปุนเถ่ากง  กวนอู  หลิมฮู้ไท่ซือ  ฯลฯ

        ๒.๓  จ้อกง  จ้อกงม่า จ้อกงโป๋  บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ 

        ๒.๔  จ้าวอ๋อง หรือ จ้าวฮุ่นกง เทพแห่งเตาไฟในครัว

        ๒.๕  โฮ่วเหี่ยวตี่  ผีไม่มีญาติ

 

        ๒.๖   เทพประจำประตู

 

๓.  ช่วงเวลาที่จะเซ่นไหว้

        การเซ่นไหว้จะมีสามเวลา  คือ  เวลาเช้าประมาณ เจ็ดถึงแปดโมงเช้า  ไหว้ทีกง  เทพประจำบ้าน  และจ้าวฮุ่นกง  เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงเช้าหรือก่อนเที่ยงวัน  ไหว้จ้อกง จ้อม่า บรรพบุรุษทั้งหลาย  และเวลาตั้งแต่สิบห้านาฬิกาถึงสิบหกนาฬิกา  ไหว้โฮ่วเหี่ยวตี่ ผีไม่มีญาติ

 

๔.   ของเซ่นไหว้

       เวลาเช้าของที่จะเซ่นไหว้สามแห่ง  มีดังนี้

       ๔.๑  ทีกง  ของเซ่นไหว้ประกอบด้วย

          ๑)  หมูต้มพอสุก  ๑  ชิ้น

          ๒)  หมี่เหลืองดิบเส้นใหญ่

          ๓)  ปูต้ม

          ๔)  กุ้งต้ม

          ๕)  หมึกแห้ง

          ๖)  สุราขาว  1 จอก

          ๗)  กระดาษทองอย่างเดียว  ๑ ปึก

           เอาของทั้งหมดรวมใส่ในถาดใบเดียวกัน

     ๔.๒  เทพประจำบ้าน  ของเซ่นไหว้มีดังนี้

 

           ๑)  หัวหมูต้ม  ๑  หัว

           ๒)  เส้นหมี่เหลืองดิบเส้นใหญ่

           ๓)  ปูต้ม

           ๔)  กุ้งต้ม

           ๕) หมึกแห้ง

           ๖) ไก่ต้มมีหัว  ๑  ตัว

           ๗)  สุราขาว  ๑  จอก

           ๘)  กระดาษทองอย่างเดียว   ๑  ปึก

                 เอาของทั้งหมดใส่ในถาดใบเดียวกัน

   ๔.๓  จ้าวฮุ่นกง  ให้จัดเช่นเดียวกับชุดการไหว้ทีกง

 

 

 

  ๕.  พิธีการเซ่นไหว้ภาคเช้า

    ๕.๑  นำของไหว้ไปวางไว้หน้าหิ้งพระที่จะไว้ทั้งสามแห่ง

    ๕.๒  จุดเทียนหน้าพระบนหิ้งทุกที่ที่เจ้าของบ้านเคารพนับถือ

    ๕.๓  ธูปแห่งละสามดอก  และเพิ่มธูปแห่งละสามดอกสำหรับวางในถาด

    ๕.๔  เริ่มจากการไหว้ทีกงหน้าบ้าน

   

 

 คำกล่าว    “ข้าขอสักการะทีกง ( องค์เง็กเซียนฮ่องเต้  ) ผู้เป็นใหญ่บนสวรรค์  ขออัญเชิญมารับเครื่องสักการะเครื่องเซ่นไหว้ประกอบด้วย  ธูปหอม สุราอาหาร  ด้วยเทอญ” 

  

 แล้วปักธูปบนหิ้งสามดอก  และในถาดสามดอก

    ๕.๕  ไหว้เทพประจำบ้าน

     

 

คำกล่าว    “ข้าขอสักการะองค์ปุนเถ่ากง  ผู้เป็นเทพประจำบ้าน  และอัญเชิญมารับเครื่องสักการะเครื่องเซ่นไหว้ประกอบด้วย  ธูปหอม สุรา อาหาร  ด้วยเทอญ” 

    

 แล้วปักธูปบนหิ้งหน้าองค์ปุนเถ่ากงก่อนและปักธูปสามดอกที่ถาดเครื่องเซ่นไหว้  แล้วจึงปักธูปหน้าพระหรือเทพองค์อื่นที่เรียงอยู่บนหิ้งในบ้าน

    ๕.๖  ไหว้จ้าวฮุ่นกง

    

 

 คำกล่าว    “ข้าขอสักการะจ้าวฮุ่นกง  ผู้ปกปักรักษาเตาไฟในครัวและผู้อยู่ในบ้านหลังนี้  ได้โปรดมารับเครื่องสักการะประกอบด้วย  ธูปหอม  สุรา อาหาร ด้วยเทอญ” 

   

 

 ปักธูปบนหิ้งสามดอก และในถาดสามดอก

    หลังจากเสร็จพิธีการไหว้สามแห่งแล้ว  แม่บ้านและลูกหลานนำอาหารที่เซ่นไหว้มาปรุงเป็นอาหารต่างๆ  เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษและผีไม่มีญาติต่อไป  อาหารทั้งหมดแบ่งเป็นสองชุดสำหรับไหว้บรรพบุรุษชุดหนึ่งและโฮ่วเหี่ยวตี่ชุดหนึ่งใส่กะละมังหรือชามใบใหญ่  เพื่อแสดงให้เห็นว่าบรรดาลูกหลานได้จัดทำอาหารมาให้กินทั้งหมดโดยไม่ได้เว้นไว้แม้แต่น้อย  เพื่อแสดงความซื่อสัตย์ของลูกหลานต่อบรรพบุรุษและผีไม่มีญาติ  ในเวลาประมาณสิบเอ็ดโมงเช้าหรือก่อนเที่ยงวัน  อาหารปรุงเสร็จจัดการเตรียมเซ่นไหว้บรรพบุรุษ

 

 

๖.  การเซ่นไหว้จ้อกง – บรรพบุรุษ

 

         จัดการตั้งโต๊ะไว้ในบ้านตรงกับประตูใหญ่ห่างจากขอบประตูพอเดินเข้าออกได้สะดวก  แล้วนำกับข้าวคาวหวานทั้งกะละมังของที่จะเซ่นไหว้ออกมา  วางเรียงเป็นแถวบนโต๊ะ  ดังนี้

       ๑)  กระถางธูปใส่ทรายหรือข้าวสารอาจใช้แก้วน้ำ เทียนวางไว้หน้าสุด

 

       ๒)  ผลไม้ แตงโม  องุ่น แอปเปิล  สับปะรด ส้ม เงาะ ลำไย กล้วยหอม  วางแถวที่สอง

       ๓)  ขนมหวาน  กี่จ่าง  ฮวดโก๊ย  อั๋งกู้  ข้าวเหนียวกวน แป๊ะทงโก้ ขนมชั้น  วางแถวที่สาม

       ๔)  อาหารคาว

           (๑)  หมี่เหลืองผัด

           (๒)  ผัดบังกวน( มันแกว ) กับปลาหมึกหั่นฝอย

           (๓)  ผัดโอเต้า

           (๔)  หมูเต่าอิ๋ว

           (๕)  แกงจืดกระดูกซี่โครงหมูกับผักกาดดอง

           (๖)  แกงเผ็ดไก่กับมันฝรั่ง

 

           (๗)  ผัดผักรวมมิตร ( ซวนน่า – กะหล่ำปลี – ก่าเป๊ก ถ้ามี )

           (๘)  โปเปี๊ยะสด